Market Access to EU and the EU-Thai FTA

Posted by: admin  /  Category: Our activities

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล เป็นประธานการสัมมนาเรื่อง Effective Market Access to EU and the Prospect of EU-Thai Free Trade Agreement Initiative เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2552 โดยมีนาย Alan Hardacre จาก Access-Europe ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การดำเนินการค้าและธุรกิจกับสหภาพยุโรป เป็นผู้บรรยายสรุป โดยมี ดร. ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป และ ดร. อาจารี ถาวรมาศ จากทีมงานไทยยุโรป.เน็ตของคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป เข้าร่วมด้วย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. สหภาพยุโรปเป็นตลาดใหญ่ single market ประกอบด้วยตลาดย่อยๆ 27 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเพิ่มสมาชิก คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยุโรปจะฟื้นตัวในปี พ.ศ.2554 กฎระเบียบของสหภาพยุโรปมีหลายระดับ สูงสุด คือ สนธิสัญญา หรือ Treaty ต่างๆ ฉบับแรกซึ่งก่อตั้งโดยประชาคมเศรษฐกิจยุโรป คือ Treaty of Rome เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2501 ปัจจุบันได้มีการลงนาม Treaty of Lisbon แล้ว รอการให้สัตยาบันโดยประเทศสมาชิกให้ครบทุกประเทศ ขณะนี้เหลือเพียงไอร์แลนด์ที่จะมีการลงประชามติในเดือนตุลาคม 2552 หากมีการให้สัตยาบันก็จะสามารถประกาศใช้ได้ในปี พ.ศ. 2553

2. สถาบันหลักของ EU ได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ European Commission ตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ มีกรรมาธิการจากประเทศสมาชิกต่าง ๆ ทำหน้าที่เสมือนสำนักเลขาธิการของ EU ปฏิบัติงานประจำ และกำหนดกฎระเบียบและมาตรการต่างๆ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากคณะมนตรี หรือ Council of the EU ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากประเทศสมาชิกให้เข้าประชุมในด้านต่างๆ ตามวาระ ซึ่งประเทศสมาชิกจะหมุนเวียนกันเป็นประธาน EU ประเทศละหกเดือน ในปัจจุบันสวีเด็นเป็นประธาน การออกกฎหมายใดๆ นอกจากคณะมนตรีแล้ว สภายุโรป หรือ European Parliament ตั้งอยู่ที่เมือง สตราส์บวร์ก (Strasbourg) สาธารณรัฐฝรั่งเศส มีบทบาทสำคัญในการพิจารณร่างกฎหมายและให้ความเห็นชอบหรือแก้ไข

คณะกรรมาธิการ จะต้องปฏิบัติภารกิจเพื่อสหภาพยุโรปโดยรวม ตามนโยบายหรือกฎหมายที่เห็นชอบแล้วจากคณะมนตรีและรัฐสภา (ซึ่งส่วนมากจะไม่สนองผลประโยชน์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง) สำนักงานคณะกรรมาธิการที่กรุงบรัสเซลส์มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประมาณ 23,000 คน ผู้ต้องการล็อบบี้หรือหาข้อมูล ต้องรู้ว่าควรจะติดต่อใครในเรื่องใด

3. การเข้าตลาด EU
3.1 ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 26 ของ EU มีมูลค่าการค้าเพียง 0.9 % ของมูลค่าการค้าทั้งหมดที่ EU ค้ากับทั่วโลก ปัจจุบัน EU ได้เริ่มเจรจาทำ FTA กับหลายประเทศ/กลุ่มประเทศ ประเทศที่ลงนามไปแล้ว คือ เกาหลีใต้ สำหรับอาเซียน ได้ชะงักไว้และหันมาเจรจา FTA กับแต่ละประเทศอาทิ สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทย

3.2 ผู้ประกอบการไทยต้องติดตามข้อมูลการออกกฎระเบียบต่าง ๆ ของ EU ให้ทันสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมทางธุรกิจส่งออกหรือการลงทุน ในปัจจุบัน EU มีแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ใน EU green labels มีจำนวนมาก ออกโดยบริษัท หรือประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดความหลากหลายซับซ้อนในตลาด EU นโยบายประมีแนวโน้มจะลดการจับปลาและเพิ่มการนำเข้า

3.3 บริษัทล็อบบี้ ที่อยู่ในกรุงบรัสเซลส์มีจำนวนมาก โดยรับจ้างรัฐบาลหรือบริษัทเอกชนประเทศต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูล เครือข่าย เดินเรื่องเพื่อแก้ไข คัดค้านร่างกฎหมายที่ขัดผลประโยชน์ของตนโดยคิดค่าจ้างค่อนข้างสูง ในการทำธุรกิจกับ EU ปัจจุบัน การล็อบบี้มีความสำคัญ ฉะนั้น ธุรกิจเอกชนจะต้องลงทุนในด้านนี้ด้วยเพื่อธุรกิจของตนเอง ทั้งนี้ บริษัทล็อบบี้ สามารถช่วยศึกษาปัญหา และประเด็นด้านต่าง ๆ สร้างยุทธศาสตร์ ล็อบบี้ และประเมินผล

คุณสุขุม สมประสงค์ สรุป
29 กรกฎาคม 2552

Leave a Reply

host by colorpack.net insurance structured settlements Fashion Mall Beauty guru Fashion news world travel