เมื่อวันที่ 14 พย. 51 สภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป ได้จัดการประชุมต้อนรับนักธุรกิจจากประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งได้มาเยือนประเทศไทยเพื่อหาลู่ทางขยายความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน ธุรกิจ และการเงิน ทั้งไทยและลักเซมเบิร์กต่างล้วนมีจุดแข็งที่น่าสนใจร่วมกัน ส่วนสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรปยินดีเป็น Focal Point และสร้างพันธมิตรในการสนับสนุนและความอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจของทั้งสองประเทศต่อไป
ในการประชุมต้อนรับคณะนักธุรกิจจากประเทศลักเซมเบิร์กเมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ณ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะฝ่ายไทย ซึ่งนำโดยดร. ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ประธานสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรป ได้กล่าวต้อนรับนักธุรกิจจากประเทศลักเซมเบิร์กจำนวน 16 คน ซึ่งมี H.E. Mr. Marc Ungeheuer เอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทยให้เกียรติร่วมประชุม Mr. Jean-Claude VESQUE, Head of International Trade-International Department, Chamber of Commerce of the Grand Duchy of Luxembourg ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่าหากประเทศไทยและลักเซมเบิร์กมีความมุ่งมั่นในการริเริ่มสร้างสัมพันธภาพของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะสามารถขยายการค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักเซมเบิร์กเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งจะเป็นประตูสินค้าไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรป ขณะที่ไทยสามารถขยายความร่วมมือธุรกิจ การเงินการธนาคารกับสถาบันการเงินของลักเซมเบิร์กที่ถือเป็นภาคบริการที่สำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจ (มีศูนย์ธุรกิจบริหารกองทุน -Investment Fund- ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐฯ)
Mr. Jean-Claude VESQUE, Head of International Trade-International Department ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในปี 2007 ประเทศลักเซมเบิร์กยังขาดดุลการค้ากับไทย ซึ่งลักเซมเบิร์กมีความต้องการที่จะสนับสนุนนักธุรกิจไทยให้เข้าไปทำตลาดในสหภาพยุโรป เนื่องจากไทยมีชื่อเสียงมากในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และมีเที่ยวบินตรงระหว่างลักเซมเบิร์กและไทยวันละหนึ่งเที่ยวบินรวมทั้งการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยสายการบิน “ cargolux” ความทันสมัยของการเชื่อมต่อระบบขนส่งทางถนนและรถไฟในลักเซมเบิร์กไปยังท่าเรือของประเทศใกล้เคียง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ประเทศทั้งสองขยายโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างเสริมศักยภาพในการทำธุรกิจระหว่างกันมากขึ้น
ดร. ชิงชัยฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สัมพันธภาพระหว่างประเทศทั้งสองจะมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยอาจลงนามความตกลงร่วมกัน ซึ่งสภาธุรกิจไทย-สหภาพยุโรปยินดีเป็น Focal Point และสร้างพันธมิตรในการสนับสนุนและความอำนวยความสะดวกต่อการทำธุรกิจของทั้งสองประเทศ โดยมีดร.ผณิศวรฯ และ คุณปณิธานฯ เป็นกำลังสำคัญในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตลักเซมเบิร์กประจำประเทศไทยต่อไป
ทั้งนี้ ในการมาเยือนประเทศไทยของคณะลักเซมเบิร์ก ซึ่งนำโดย Mr. Jeannot Krecke รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการค้าต่างประเทศ นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการทำความรู้จักกันให้มากขึ้น โดยคณะได้มีการจัดสัมมนา “Discover Luxembourg” เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงแรมคอนราด และต่อเนื่องด้วยการจัดประชุมพบปะหารือและเจรจาโอกาสทางธุรกิจในวันนี้อีกด้วย เพื่อสร้างความสัมพันธ์และทราบถึงศักยภาพของประเทศทั้งสองทั้งในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุนให้เข้มแข็งและมั่นคงได้ ถึงแม้ประเทศไทยและลักเซมเบิร์กจะมีขนาด และเศรษฐกิจขนาดเล็กก็ตาม
รายงานโดย: ฝ่ายประสานงานระหว่างประเทศ/พัชรา ศิริเชิดชูเกียรติ



